แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวทั่วไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวทั่วไทย แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2557

พระรีวิวสังฆทานจากร้าน คลิปที่กำลังดัง ในโลกออนไลน์(มีคลิป)

วันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่แฟนเพจ Youlike ได้มีการแชร์คลิปชื่อ สังฆทานจากร้าน คิดเอานะคุณโยม เผยให้เห็นพระรูปหนึ่ง ได้นำสิ่งของจากสังฆทาน มาเปิดดู ก่อนพบว่า ข้าวของส่วนใหญ่ใช้งานไม่ได้อาทิ เทียนไข ขนาดเล็ก เกินไป ไฟฉายที่อยู่ในสภาพเสียหาย จนไม่น่าใช้งานได้ รวมไปถึงผ้ากราบที่ใช้ในการรับประเคนของ ก็มีขนาดเล็กมาก และสิ่งของอีกหลายๆอย่างที่ดูเหมือนจะไม่สามารถใช้งานได้จริง

          หลังคลิปพระกับสังฆทาน ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความเห็นกันหลากหลายโดยส่วนใหญ่แนะนำให้หาสิ่งของที่พระสงฆ์ใช้ได้จริง และ นำไปบรรจหีบห่อเองจะดีกว่าซื้อชุดสังฆทานจากร้านที่เสี่ยงต่อถูกการเอาเปรียบ

ที่มา : http://news.boxza.com/view/

เบนซ์ตกคลอง เด็กหญิงวัย 4 ขวบติดในรถ กู้ภัยช่วยรอดปาฏิหาริย์(มีคลิป)

  วันที่ 13 ธันวาคม 2557 ร.ต.ท.สุดเขตต์ พิมพากุล ร้อยเวร สภ.ท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถตกคลอง โดยมีเด็กติดอยู่ในรถบริเวณคลองชลประทานส่งน้ำท่าเรือ-กำแพงแสน-พระแท่น เขตเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย

         เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งนำรถเบนซ์ C 220 สีเขียว หมายเลขทะเบียน กง-2972 นครปฐม ขึ้นมา พร้อมนำร่าง ด.ญ.นิยาภัทร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 4 ขวบ ขึ้นมาเพื่อปฐมพยาบาลด้วยการปั๊มหัวใจ จนเด็กฟื้นขึ้นมา ก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาลข้างเคียง แต่ยังคงต้องเฝ้าอาการอย่างใกล้ชิด

         จากการสอบสวน นายบุญยิ่ง ผู้เป็นพ่อเล่าว่า ตนได้ขับรถออกจากบ้านที่กำแพงแสน เพื่อแวะซื้ออาหารถวายพระโดยจอดรถไว้ริมถนน ก่อนดึงกุญแจออก แล้วดึงเกียร์ไปที่ตำแหน่ง P
และทิ้ง ลูกสาว 2 คนไว้ในรถ ก่อนที่พี่สาวคนโต จะวิ่งมาบอกว่ารถได้ไหลลงคลอง เพราะน้องสาวได้โยกเกียร์เล่น จนรถเบนซ์ตกคลอง โดยที่พี่สาวออกมาจากรถได้ทัน ส่วนผู้เป็นน้องยังคงต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด


ที่มา: http://news.boxza.com/view/

รถบรรทุกไปรษณีย์ไทย เสียหลักพุ่งตกแม่น้ำกุยบุรี

(14 ธ.ค.) รถบรรทุกพัสดุไปรษณีย์ไทย เสียหลักพุ่งตกแม่น้ำกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนถึงที่หมาย จ.ชุมพร คาดสิ่งของเสียหายทั้งหมด คนขับรถยังให้การไม่ได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งเหตุรถบรรทุก 18 ล้อ ของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เสียหลักพุ่งชนราวสะพานข้ามแม่น้ำ ก่อนจะลงไปในแม่น้ำกุยบุรี จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบนถนนเพชรเกษม พบรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ไปรษณีย์ไทย จมอยู่ในแม่น้ำ ส่วนคนขับรถบรรทุกได้รับบาดเจ็บสาหัส

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ รถบรรทุก 18 ล้อ ของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้รับพัสดุและสินค้ามาจากศูนย์ไปรษณีย์ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ก่อนจะเดินทางลงภาคใต้มาตามถนนเพชรเกษม เพื่อนำส่งที่ศูนย์ไปรษณีย์ จ.ชุมพร

เมื่อรถบรรทุกคันดังกล่าวมาถึงตรงจุดเกิดเหตุ เป็นสะพานข้ามแม่น้ำกุยบุรี ประกอบกับเป็นช่วงทางโค้ง ยางด้านหน้าฝั่งซ้ายของรถเกิดระเบิดขึ้น ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนราวสะพานและตกลงไปในแม่น้ำ ส่งทำให้พัสดุและสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ได้รับความเสียหาย ยังไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้

อย่างไรก็ตาม คนขับรถบรรทุกคันดังกล่างยังมีอาการหมดสติ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที และยังไม่สามารถให้การใดๆ ได้


ที่มา :http://news.sanook.com/1714941/

เตือนภัย! แฮกเฟซบุ๊กเพื่อน หลอกขอยืมเงิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (14 ธ.ค.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความจากเฟซบุ๊กคุณ Godchagorn Hawirod โดยระบุว่า เพื่อนถูกแฮกเฟซบุ๊ก และมีคนทักแชทมาเพื่อขอยืมเงิน แต่โชคดีที่นัดกับเพื่อนไว้ก่อนจึงไม่ตกเป็นเหยื่อ โดยข้อความทั้งหมดมีดังนี้

"ระวังนะคะ อันตรายมากกกๆ ช่วยแชร์กันต่อๆไปด้วยเพื่อความปลอดภัยของทุกคน มีคนแฮกเฟซบุ๊กเพื่อน คนในแชทเลยค่ะ

ถ้าใครโดน Chwn Niice ทักแชทไปเพื่อขอยืมเงิน นั่นตัวปลอมนะคะ เฟซบุ๊กเพื่อนโดนแฮกค่ะ อย่าให้ยืมนะคะ หรือจะให้ดีด่ามันไปก่อนแล้วส่งรูปมาเป็นหลักฐานก็ได้ โดนมาเกือบสิบคนละค่ะ

บอกขอยืมทีละ 3,000ให้โอนไปที่เลขที่บัญชีของ นายสันทัด ช่วยชนะ ธนาคารกรุงศรี

ดีที่เตี๊ยมกันกับเพื่อนไว้ก่อนเลย พอหลอกถามนั่นนี่ไปเรื่อยนางก็แถได้เก่งมาก ก็ทำมา 4 ปี เป็นมิจฉาชีพที่สันดารส้นตีนมาก บอกอีกด้วยว่าไม่กลัวโดนจับ แหมมม อีกไม่นานหรอกจ่ะ ได้กลับคุกบ้านเก่าแน่ๆค่ะ ช่วยๆกันแชร์นะ เอาให้มันโดนหนักๆ"



ที่มา: http://news.sanook.com/1714749/

วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2557

วินาทีระทึก! รถมินิพลิกตะแคง คนขับลุกเดินเฉย

จากกรณีที่ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอที่ถูกอัพโหลดในเว็บไซต์ยูทูป โดยคุณ TOSSAPHOL KRANKUNTOT เป็นเหตุการณ์ รถมินิออสตินเฉี่ยวชนรถบรรทุก 6 ล้อ ก่อนที่ตัวรถจะพลิกตะแคงกลางถนน ก่อนที่รถจะตั้งตัวบนถนนเป็นปกติ โดยที่คนขับเปิดประตูออกจากรถแบบไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย ทั้งนี้ ผู้โพสต์เขียนอธิบายไว้ว่า

ภาพจากกล้องหน้ารถของผมเอง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น วันที่ 7/12/2557 เวลา ประมาณ 13.00 น. ณ.ถนนพระราม 5 - นครอินทร์ ช่วงใกล้ทางออก วงเวียนพระราม 5 "ผมนี่..อยากถามพี่เค้าจังว่าห้อยพระอะไร รอดแบบไม่เป็นอะไรเลย " แต่ที่สำคัญ พี่เค้าคาดเบลท์ด้วย ตอนประตูเปิดเลยไม่หลุดออกมาจากรถ

ส่วนผมเองก็งืดกันเลยทีเดียว "เสียวทั้งหน้า "เสียวทั้งหลัง ด้วยความเร็วประมาณ 100 -110 Km/Hr โชคดีมากที่ก่อนลงสะพานผมยกคันเร่งปล่อยไหลแล้ว ยังพอมีระยะให้เบรคทัน .. มองกระจกหลัง เห็น FD เบรคส่าย มาใจตกไปอยู่ ตาตุ่มกันเลย" ยังไงก็ฝากกันด้วยนะครับขับรถก็ต้องระวังกันให้มาก ๆ นะครับ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตตัวเอง และเพื่อนร่วมทาง

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (14 ธ.ค.) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า ผู้ที่ขับรถคันดังกล่าวคือ พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รักษาราชการแทน ผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการปราบปราม (ผกก.ปพ.บก.ป.) เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุกำลังขับรถไปเข้าเวรตามปกติ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุรถแท็กซี่คันที่อยู่ด้านหน้าตีไฟเลี้ยวออกไปทางเลนขวา รถของตนจึงย้ายมาอยู่ที่เลนกลางเพื่อจะแซง

จังหวะกำลังจะแซงแท็กซี่เปลี่ยนเลนกะทันหัน ประกอบกับรถคันสีขาวขับตามมาแซงออกไปทางเลนขวา จึงไม่มีพื้นที่ให้หลบ จึงจำเป็นต้องเหยียบเบรก แต่ด้วยความที่รถมินิของตนจะเซไปทางซ้ายเวลาเหยียบเบรก จึงไปเฉี่ยวกับรถบรรทุก 6 ล้อ ที่ตีคู่มาทางซ้าย จึงเป็นเหตุเสียหลักล้มตะแคง แต่เนื่องจากตนฝึกฝนมาอย่างชำนาญ จึงปล่อยให้รถลอยไปตามปกติ กระทั่งรถกลับมาตั้งตามปกติ ก่อนที่จะเช็กร่างกายของตัวเอง และสภาพรถว่ามีอะไรเสียหายหรือเปล่า และเดินลงจากรถ

พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ กล่าวต่อว่า โชคดีที่รถซึ่งขับตามมาและเป็นผู้ถ่ายคลิปเป็นรถยก หลังเกิดเหตุก็ให้ยกไปซ่อมอู่เพื่อนที่อยู่ใกล้ๆ ไม่ได้มีการแจ้งความหรือลงบันทึกประจำวันแต่อย่างใด เพราะต้องไปเข้าเวรตามปกติ โดยหลังจากคลิปถูกเผยแพร่ออกไปมีคนเข้ามาถามมากว่าห้อยพระอะไร ซึ่งตนก็บอกว่าสิ่งที่ระลึกถึงคือพระพรหมประจำใจคือพ่อแม่ และมีสติอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้ปลอดภัย เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัยไม่ได้เกิดจากความประมาท จึงอยากฝากเตือนประชาชนที่ขับขี่ยานพาหนะว่า ให้ประชาชนตั้งสติดีๆ เวลาขับรถ และอย่าลืมคาดเข็มขัด


ที่มา: http://news.sanook.com/1714769/

คลิปตำรวจฉุน หลังถูกประชาชนโวยใช้กระดาษเปล่าเขียนใบสั่ง ก่อนถาม "มึงถ่ายทำไม"



 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ในโลกโซเชียลมีเดีย ได้มีการแชร์คลิปชื่อตำรวจฉุน! ..." มึงถ่ายทำไม พร้อมข้อความระบุใต้คลิปว่า" วันไปนครปฐม ขากลับเจอ #ตำรวจนั่งอยู่คนเดียวการจารจร มีทั้งคนใส่หมวกและไม่ใส่หมวกซ้อน3ก็มี แต่ที่เจอกับตัวเอง คือตำรวจคนนี้เดินดิ่งมาหาผม แล้วบอกท่อดัง แล้วก็ให้ผมเข็นรถเข้าข้างทาง ก็คุยๆ จะยึดท่อ ยึดรถ ทั้งที่คนสัญจรไปมา ซ้อน3ก็มี ไม่ใส่หมวกก็มี แต่ผมมีทุกอย่าง ใบขับขี่ พรบ สำเนารถ ผมเลย ถ่ายคริปนี่ไว้คับณ.เหตุการ์ณนั้นบอกตรงๆ ตำรวจเขียนใบกระดาษเปล่าๆสี ชมพู แล้วผมก็ถามเขา ตามคริป*แล้วพอ #ตำรวจ>คนนี้เห็นมือถือผมที่ผมถือ เขาได้ #ตบผมอย่างแรง แล้วพยายสมกระชากมือถือผมจากมือผม เเล้วบิดมือผมอย่างเเรงเพื่อที่จะบังคับให้ผมลบคริปที่อัดเอาไว้ เขาขู่ว่าจะหักโทรศัพท์ผมทิ้งอีกผมเลยอยากให้สังคมได้รับรู้ว่าการกระทำของ ตำรวจนายนี้ ทำไม่ถูก...!!! ที่ผมเอาคริปมาให้ทุกคนดูได้เป็น อุทาหรไว้ เพราะมีทั้งตำรวจที่ดี และไม่ดี แต่ผมคงโชคร้ายที่เจอตำรวจไม่ดี(#ฝากเพื่อนๆช่วยเเชร์ด้วยนะคับ)"

          ซึ่งหลังคลิปตำรวจ ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ตำรวจในคลิปดังกล่าวเป็นอย่างมาก ว่าทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทั้งการใช้กระดาษเปล่าเขียนใบสั่ง และ การใช้คำพูดที่ไม่สุภาพกับประชาชนจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการโดยด่วน





ที่มา: http://news.boxza.com/view/

ท่านผู้หญิงบุษบา ถูกผู้สื่อข่าวเผย เตรียมกลับไปใช้ชีวิตที่ราชบุรี

ท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดี หรือ คุณศรีรัศมิ์ สุวะดี เตรียมกลับไปใช้ชีวิตที่ราชบุรี หลังลาออกจากฐานันดรศักดิ์

หลังจากที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์แล้ว

          ก่อนที่ท่านผู้หญิงบุษบา จะเดินทางไปทำบัตรประชาชนที่ว่าการอำเภอแห่งหนึ่ง โดยในเอกสารระบุสถานะว่า "น.ส.ศรีรัศมิ์ สุวะดี" เกิดวันที่ 9 ธ.ค. 2514 อายุ 43 ปี สัญชาติไทย พร้อมกับแจ้งย้ายเข้าสู่บ้านหลังใหม่ในตำบลวัดเพลง อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี โดยเป็นเจ้าบ้าน ให้เป็นที่แน่ชัดว่า บัดนี้ได้กลายเป็นสามัญชนธรรมดาแล้ว ไม่ใช่สถานะท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดี
ตามกระแสข่าวแต่อย่างใด

          ซึ่งหลังท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดีหรือน.ส.ศรีรัศมิ์ สุวะดี กราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์ จะมีผลต่อเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่เคยได้รับ จะถูกการเรียกคืนทั้งหมดและออกจากวังศุโขทัย กลายเป็นสามัญชนปกติ ก่อนย้ายไปพำนักที่บ้านในอ.วัดเพลง จ.ราชบุรี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ตามรายงานจากเว็บไซต์ข่าวสด


ที่มา : http://news.boxza.com/view/

ศัลยกรรมทำพิษ ประมวลภาพปัญหาหลังทำจมูก สยองสุดๆ

 บอกเลยว่าตอนนี้ การศัลยกรรมถือเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ใครอยากสวยอยากหล่อ เก็บเงินไปกองให้คุณหมอผ่าหน้าจนสวยได้ตามต้องการ แต่ความสวยความหล่อ ก็ไม่ได้จะผ่านไปด้วยดีทุกครั้ง เมื่อเกิดเหตุการณ์ศัลยกรรมทำพิษ



ศัลยกรรมทำพิษมีให้เห็นกันอย่างต่อเนื่อง เลยขอรวบรวมภาพศัลยกรรมทำพิษ จากการทำศัลยกรรมจมูก เพื่อมาเป็นอุทาหรณ์ให้ได้ดูกัน




ที่มา:http://news.boxza.com/view/

“ลุงสมคิด“ เหยื่อเหมืองทองทรุด สั่งมอบร่างให้หมอพรทิพย์

สืบเนื่องจากกรณีที่ชาวบ้าน 2 จังหวัดคือ จ.พิจิตร และ จ.เพชรบูรณ์ ที่เคยทำงานและอาศัยอยู่บริเวณโดยใกล้อาณาเขตที่สัมปทานการทำเหมืองแร่ทองคำของบริษัทอัครารีซอร์สเซส ได้เข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์พื้นที่จังหวัดพิจิตร

เนื่องจากประชาชน ที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่โดยรอบเขาหม้อ ซึ่งมีการสัมปทานการทำเหมืองแร่ทองคำของบริษัทอัครารีซอร์สเซส มา 13 ปี ชาวบ้านได้รับผลกระทบความเดือดร้อนความเป็นอยู่สุ่มเสี่ยงต่อการใช้ชีวิตประจำวัน จากการได้รับสารพิษที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำธรรมชาติ จนชาวบ้านเกิดเจ็บป่วยจำนวนมาก อีกทั้งที่ผ่านศาลปกครองได้มีคำสั่งให้เหมืองแร่ทองคำดังกล่าวยุติการทิ้งกากแร่บ่อที่สอง ที่มีผลกระทบเกี่ยวกับระบบน้ำใต้ดินน้ำประปา แต่ทางเหมืองทองคำยังไม่ยุติการดำเนินการ โดยระบุว่าคดียังไม่สิ้นสุด ทำให้ชาวบ้านต้องเดินทางไปร้องต่อกองกำลังฯเพื่อขอความเป็นธรรม

หลังจากที่แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบผลเลือดชาวบ้าน และ สิ่งแวดล้อมบริเวณรอบการทำเหมืองแร่ทองคำและได้ชี้แจงให้ชาวบ้านทราบ ผลคือมีสารเคมีที่เป็นอันตรายรุนแรงในบริเวณโดยรอบ และผลในเลือดชาวบ้านที่เป็นอันตราย และได้เข้าร่วมประชุมกับผู้ว่าราชการเพื่อหาทางช่วยเหลือประชาชนโดยเร็วนั้น

โดยทหารต้องอุ้ม นายสมคิด ธรรมพะเวช อายุ 40 ปี อดีตคนงานซึ่งเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่โหลดสารเคมีอยู่ในเหมืองแร่ทองคำ ของบริษัทอัครารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เพื่อทำการเจาะเลือดและตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารพิษ หลังจากที่นายสมคิด ล้มป่วยลง หลังทำงานดังกล่าวมาอย่างยาวนานจำนวน 13 ปี จนนายสมคิดป่วย ไม่สามารถทำงานได้

ล่าสุด เฟซบุ๊ก Thai Leak รายงานว่า อาการของนายสมคิด ได้ทรุดหนักลง หลังจากยาที่ต้องกินประจำเม็ดละ 500 บาท หมดลง ทางครอบครัวแจ้งว่าไม่มีเงินที่จะซื้อยาอีกแล้ว และถึงขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานทางจังหวัดยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือครอบครัวหรือตัวผู้ป่วยแต่อย่างใด

นายสมคิดซึ่งรู้สึกตัวเองดีและรู้ว่าตนไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้อีก จึงได้แสดงเจตนารมณ์เป็นครั้งสุดท้าย ยืนยันจะบริจาคร่างกายให้กับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้ในการศึกษาค้นคว้าและวิจัย ถึงผลกระทบที่เกิดกับร่างกายของตน เพื่อเป็นการศึกษาในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์รายอื่นๆต่อไป และจะส่งมอบร่างกายให้ทางสถาบันหลังจากที่ตนเองได้เสียชีวิตลง



ที่มา :http://news.sanook.com/1714637/

ผัวเก่าหึงโหด บุกแทงเมียในปั้มน้ำมันดับสยอง ไม่หนำใจปาดคอซ้ำ (มีคลิป)

 วันที่ 13 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง ได้รับแจ้งเหตุ ผัวเก่าหึงโหด บุกแทงเมียจนเสียชีวิต โดยที่เกิดเหตุอยู่ที่ปั้มน้ำมัน ปตท. ภายในร้านขนมบ้านอัยการซึ่งตั้งอยู่ภายในปั้มน้ำมันดังกล่าว ที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.วะลาพรพรมทา อายุ 33 ปี พนักงานร้าน นอนหงายเสียชีวิตจมกองเลือด มีบาดแผลถูกแทง และถูกปาดคอ ข้างกันพบร่าง นายสมศักดิ์ เจตกษัตริย์กรณ์ อายุ 33 ปี มีบาดแผลถูกแทงหลายแห่ง นอนหายใจรวยริน เจ้าหน้าที่จึงนำส่งโรงพยาบาล

 จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า นายสมศักดิ์ ผัวเก่าหึงโหด ได้มีปากเสียงกับผู้ตาย และได้พยายามดึงตัวผู้ตายเข้ามาในร้าน ก่อนจะก่อเหตุดังกล่าวขึ้น จากนั้น นายสมศักดิ์ ได้ปิดกล้องวิดีโอ แล้วใช้อาวุธแทงตัวเองตามตาม ส่วนสาเหตุคาดว่ามาจากเรื่องความหึงหวง เนื่องจาก นายสมศักดิ์ ได้เขียนจนหมายไว้ว่าผู้ตายกำลังปันใจให้ชายอื่น ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป







ที่มา :http://news.boxza.com/view/20989

สุดอึด! 2 ชาวประมงคลื่นซัดหาย ว่ายเข้าฝั่ง 10 ชม.รอดตาย

(13 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานีได้รับแจ้งเหตุเรือประมงพื้นบ้านในพื้นที่ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ถูกคลื่นสูงกว่า 3 เมตร พัดถล่มจมลงกลางทะเลเมื่อเช้ามืดของวันนี้

เหตุเกิดขึ้นขณะนายจักรกฤษ ปักษี อายุ 25 ปี และนายก่อเกียรติ วิทยากร นำเรือออกวางอวนปูที่บริเวณร่องน้ำเกาะเส็ด ห่างจากชายฝั่งหาดพุมเรียง อ.ไชยา ประมาณ 10 กม. ทำให้ทั้งสองคนสูญหายกลางทะเลท่ามกลางคลื่นสูง

ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้สูญหายด้วยความยากลำบาก เนื่องจากทะเลมีคลื่นสูง 3-4 เมตร เรือเล็กไม่สามารถออกร่วมค้นหาได้ ต้องใช้เรือขนาดใหญ่ออกค้นหาเท่านั้น

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. ทั้งคู่ได้เกาะทุ่นวางอวน ลอยคอว่ายน้ำเข้าฝั่งบริเวณแหลมทองบังกะโล หาดพุมเรียง พร้อมเปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น.หลังเกิดเหตุได้ว่ายน้ำไปรวบรวมทุ่นวางอวนปูมารวมกัน แล้วเกาะทุ่นว่ายน้ำลอยคอเข้าฝั่งใช้เวลาเกือบ 10 ชั่วโมง โดยทั้งคู่มีสภาพอิดโรย และได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ญาติรีบนำส่งโรงพยาบาลอำเภอไชยาเพื่อทำการรักษาต่อไป


ที่มา : http://news.sanook.com/1714605

‘ท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดี‘ ทำบัตรประชาชนใหม่

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์แล้ว ซึ่งเป็นไปตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ณ วันที่ 11 ธันวาคม พุทธศักราช 2557 เผยแพร่ประกาศเล่ม 131 ตอนที่ 29 ข ซึ่งความทราบฝ่าละอองพระบาท และพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้วนั้น

 หลังจากอดีตพระวรชายาลาออกจากฐานันดรศักดิ์  สมเด็จพระบรมฯทรงพระเมตตาสูงสุด โดยทรงแต่งตั้งเป็น "ท่านผู้หญิง" โดยใช้ชื่อใหม่-นามสกุลใหม่ว่า "ท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดี"

นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่า "ท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดี" ได้เดินทางไปทำบัตรประชาชนที่ที่ว่าการอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดภาคกลาง มีสีหน้ายิ้มแย้ม  และมีผู้บันทึกภาพขณะที่กำลังทำบัตรไว้ได้หลายภาพ และได้มีการนำไปเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต


ที่มา : http://news.sanook.com/1714493/

ช่วยเด็กติดในรถเบนซ์ไหลตกคลอง รอดตายปาฏิหาริย์

เมื่อเวลา 10.50 น. วันนี้ (13 ธ.ค.) ร.ต.ท.สุดเขตต์ พิมพากุล ร้อยเวร สภ.ท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี รับแจ้งเหตุรถตกคลองมีเด็กติดอยู่ภายในรถ เหตุเกิดบริเวณคลองชลประทานส่งน้ำท่าเรือ-กำแพงแสน-พระแท่น เขตเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.มะการักษ์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัย

ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่นำรถยกมาทำการยกรถยนต์ที่ตกลงไปในคลองขึ้นมาได้ เป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อเบนซ์ C 220 สีเขียว หมายเลขทะเบียน กง-2972 นครปฐม สภาพกระจกแตก ภายในรถพบ ด.ญ.นิยาภัทร เวสสะภักดี อายุ 4 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธินำร่าง ดญ.นิยาภัทร ออกมาจากรถ และรีบนำส่งโรงพยาบาล ให้แพทย์ช่วยทำการปั๊มหัวใจ จนเด็กฟื้นขึ้นมาได้ แต่ยังต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

นายจิริศักดิ์ เพ็งสุวรรณ อายุ 24 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิขุนรัตนาวุธ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่ตนช่วยทางร้านขายอาหารอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ ด.ญ.เบญญาภา เวสสะภักดี อายุ 7 ปี พี่สาวของ ด.ญ.นิยาภัทร์ ได้วิ่งหน้าตาตื่นมาบอกกับนายบุญยิ่ง เวสสะภักดี อายุ 40 ปี ผู้เป็นพ่อ ที่กำลังรอสั่งอาหารว่า รถเก๋งคันดังกล่าวกำลังลื่นไถลลงคลอง ตนจึงรีบวิ่งไปที่รถ แต่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ รถได้ตกลงไปคลองและจมหายไปในเวลาเพียง 20 วินาที จึงได้ประสานมูลนิธิและนักประดาน้ำมาช่วยงมเด็กที่ติดอยู่ในรถที่จมน้ำขึ้นมาได้

ด้านนายบุญยิ่ง ผู้เป็นพ่อ เล่าว่า ตนได้ออกจากบ้านที่กำแพงแสน เพื่อมาแวะซื้ออาหารไปถวายพระ โดยจอดรถไว้ริมถนน ดึงกุญแจออก แล้วดึงเกียร์ไปตำแหน่ง P (Parking) และทิ้ง 2 พี่น้องไว้ในรถ โดยไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุสลด โชคดีที่พี่สาวเปิดประตูรถออกมาทัน โดยทราบจากพี่สาวว่า น้องสาวโยกเกียร์เล่น อาจทำให้เกียร์เปลี่ยนไปอยู่ในตำแหน่งเกียร์ว่างพอดี ประกบกับช่วงที่จอดรถเป็นทางลาดลงคลอง จึงทำให้รถไหลตกลงไปในคลอง โชคดีที่ลูกสาวรอดชีวิตมาได้


ที่มา : http://news.sanook.com/1714533/

สามีเก่าฆ่าปาดคอเมียดับคาปั๊ม แค้นจับได้มีชู้

ผู้สสื่อข่าวรายงานว่า (13 ธ.ค.) เมื่อเวลา 09.53 น. เจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุสามีภรรยาอายุประมาณ 30-35 ปี ทะเลาะวิวาทกัน ภายในปั้ม ปตท.บนทางด่วน (จุดพักรถ) โดยฝ่ายสามีได้มาง้อภรรยา แต่ทั้งคู่ตกลงกันไม่ได้ สามีจึงได้ใช้อาวุธีมีดปาดคอภรรยาจนเสียชีวิต และแทงตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำผู้บาดเจ็บ คือ นายสมศักดิ์ ไม่ทราบนามสกุล ส่ง รพ.ไทยนครินทร์ ส่วนผู้เสียชีวิตต่อมาทราบชื่อ น.ส.วราพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี พนักงานร้านขนมบ้านอัยการ เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายศพส่งนิติเวช รพ.จุฬาฯ เพื่อชันสูตรต่อไป โดย มี ร.ต.ท ธีรศักดิ์ สืบสำราญ ร้อยเวร สน.พระโขนง ตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการสอบปากคำเบื้องต้นทราบว่า ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน โดยเพิ่งเลิกรากันไป 3 - 4 วัน แล้ววันนี้คาดว่าฝ่ายชายจะมาดักรอเพื่อขอคืนดี แต่ฝ่ายหญิงไม่เล่นด้วย จึงใช้อาวุธมีดปาดคอฝ่ายหญิงเสียชีวิต และใช้มีดเล่มเดียวกันแทงตัวเองตาม แต่ยังไม่เสียชีวิตได้รับบาดเจ็บสาหัส

ทั้งนี้ ในที่เกิดเหตุยังพบจดหมายตัดพ้อของผู้บาดเจ็บ เชิงหึงหวงที่หญิงสาวมีใจให้ชายคนอื่น และขอโทษแม่ที่ต้องทำแบบนี้ เพราะรักเมียกับลูกมาก


ที่มา : http://news.sanook.com/1714385/

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ด.ญ.3 ขวบดับปริศนา แม่พาส่งรพ.แล้วหายตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (13 ธ.ค.) สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งเหตุจาก รพ.กระสัง อ.กระสัง ว่ามีแม่น้ำลูกวัย 3 ขวบ มารักษาตัวที่โรงพยาบาล เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา และได้เสียชีวิต

จากการสอบสวนโรงพยาบาลให้การว่า มีหญิงสาวชื่อ นางมฤดี กันระโน อายุ 34 ปี อุ้มร่างไร้สติของลูกสาว ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 3 ขวบ 4 เดือน มาส่งโรงพยาบาล ซึ่งหลังจากลงทะเบียนคนไข้ ก็หายตัวออกไปจากโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีใครทราบว่าหายไปไหน และหลังจากนั้น ด.ญ.บี ก็เสียชีวิต ในสภาพมีร่องรอยเขียวช้ำตามร่างกาย

จากการสอบสวน นางสุกัญยา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี พี่สาวนางมฤดี ซึ่งอยู่บ้านเดียวกัน เล่าว่า น้องบี เป็นลูกของนายสุเมธ พุฒนอก อายุ 38 ปี กับ นางมฤดี และได้เลิกราไปโดยนายสุเมธ ไปมีครอบครัวใหม่ ส่วนนางมฤดีอยู่กับน้องบี เพราะเด็กเป็นคนติดแม่มาก ไม่ว่าจะไปไหนก็ต้องไปด้วยกัน และต้องนอนห้องเดียวกันรักกันดี ไม่มีพฤติกรรมโหดร้าย

ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถจยย.สวนกับนางมฤดีที่บริเวณร้านเนื้อย่าง และมีน้องบีซ้อนอยู่ที่หน้ารถนางมฤดีขับมาด้วยความเร็ว และมาทราบตอนหลังจากตำรวจมาแจ้งว่าน้องบีเสียชีวิตแล้ว

ด้าน แพทย์เวรโรงพยาบาลกระสัง กล่าวว่า สภาพศพ ด.ญ.บี มีบาดแผลตามตัวมีทั้งแผลเก่าและใหม่ โดยเมื่อมาถึงโรงพยาบาลเด็กไม่หายใจ พยาบาลปั๊มหัวใจ 45 นาที แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตเด็กได้ สาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เป็นการเสียชีวิตผิดธรรมชาติ

ทั้งนี้ สาเหตุการเสียชีวิตของ ด.ญ.บี ที่แน่ชัดต้องรอรายงานจากผลการผ่าพิสูจน์ของ รพ.ศูนย์สุรินทร์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามตัวนางมฤดี มาสอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง


ที่มา :http://news.sanook.com/1714333/

พระตบหน้าฝรั่ง หลังได้ยินฝรั่งพูด ฟายๆ คิดว่าโดนด่า ชาวเน็ตแชร์คลิปว่อน(มีคลิป)

 วันที่ 12 ธันวาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่แฟนเพจ Youlike ได้มีการแชร์คลิป ชื่อ พระตบหน้าฝรั่งบนรถไฟ !เป็นเหตุการณ์ที่พระรูปหนึ่ง ได้ทะเลาะวิวาท กับชายฝรั่ง คนหนึ่ง บนขบวนรถไฟ ก่อนพระตบหน้าฝรั่ง อย่างจัง ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่บนรถไฟเข้ามาแยกพระรูปดังกล่าวออกไป

        โดยผู้ถ่ายคลิปพระตบหน้าฝรั่ง ดังกล่าว ได้บรรยาย ข้อความใต้คลิประบุไว้ว่า"คลิปนี้ถ่าย ณ วันที่ 7 ธ.ค.2557 เวลา 11.00 น บนรถไฟ สายเหนือ กรุงเทพ -พิษณุโลก ตอนแรกพระนั่งอยู่รูปเดียวและมีฝรั่งผู้ชาย(คนที่โดนตบหน้า)นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม อีกสักพักก็มีผู้หญิงฝรั่ง 2 คนมาขอนั่งด้วย ฝรั่งผู้ชายจึงได้ย้ายไปนั่งฝั่งเดียวกับพระ พระนอนหลับอยู่ ฝรั่งก็พูดเป็นภาษาอังกฤษ "ว่าขอนั่งด้วย" พระรูปนี้ก็ตื่นขึ้น

แล้วพูดกับฝรั่งผู้ชายว่า "กูฟังไม่รู้เรื่องมึงพูดอะไรว่ะ"

แล้วฝรั่งผู้ชายก็พยายามอธิบายเป็น ภาษาอังกฤษว่า"จะขอนั่งด้วย " ในคำอธิบายนั่นก้อมีคำว่า "ฟาย ๆ" (ซึ่งฉันก้อไม่ค่อยเข้าจัยภาษาอังกฤษแต่ก็พอฟังได้บ้างว่าเค้าพูดอะไร) ซึ่งพระก็คิดว่าฝรั่งด่าว่า " ควายๆ "

พระก้อพูดว่า "มึงด่ากูว่าควายหร๋อ" พร้อมกับตบไปที่น่าของฝรั่งผู้ชายอย่างแรง
ฝรั่งผู้ชายก้อพยายามอธิบายอีก แต่พระไม่ฟังก้อตบอีก 1 ที พระได้ตบน่าฝรั่งไป 3 ที แล้วเจ้าหน้าที่รถไฟก็ได้เดินมาห้าม พระรูปนี้ก้อเดินหนีไปเรย ในคลิปเป็นทีที่ 3 แล้ว ที่ฉันถ่ายทัน

" อยากให้เพื่อนๆช่วยกันคอมเม้นหน่อยว่าพระรูปนี้ใช่พระจริงรึเปล่า ทำไมถึงไม่สำรวมเลย ก็รู้ว่าเค้าเป็นคนต่างชาติแล้วเค้าจะพูดภาษาเราได้อย่างไร ..พระหน่อพระ"

           ซึ่งหลังคลิปพระตบฝรั่งถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ทำให้ชาวเน็ตจำนวนมาเข้ามาแสดงความเห็นอย่างล้นหลาม ส่วนมากจะเข้ามาต่อว่าพระตบหน้าฝรั่งรูปดังกล่าว ว่าทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับการเป็นพระ และเห็นใจฝรั่งคนดังกล่าวที่ต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการพระตบฝรั่งรายนี้เป็นการด่วน






ที่มา : http://news.boxza.com/view/20969

พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ ลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศ เรื่อง ลาออกจากฐานันดรศักดิ์ ความว่า

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูล สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นลายลักษณ์อักษรว่า ขอพระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว พระราชทานพระบรมราชานุญาต

ประกาศ ณ วันที่ 11 ธันวาคม พุทธศักราช 2557 เป็นปีที่ 69 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี


ที่มา :http://www.sanook.com/

ค้นห้องผู้ต้องสงสัยฆ่าสาวเล็บแดง พบไดอารี่ - มีดปังตอเปื้อนเลือด

                                                       ภาพจาก ไอเอ็นเอ็น

(12 ธ.ค.) จากกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์เพศหญิง ในพื้นที่ ต.สำโรงใต้ และ ต.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ คาดว่าผู้ตาย คือ นางสมยศ นมัสการ อายุ 42 ปี เชฟร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านถนนเกษตร นวมินทร์ ส่วนสาเหตุการถูกฆาตกรรม เบื้องต้น ตำรวจมุ่งไปที่ประเด็นชู้สาว

ล่าสุด ชุดสืบสวนตำรวจนครบาลบางนา และชุดสืบสวนตำรวจภูธรสำโรงเหนือ ได้สนธิกำลังเข้าค้นห้องพักหมายเลข 207 ชั้น 2 อาคารบีเคเค อพาร์ทเมนท์ ซอยเพี้ยนพิณ เขตบางนา ห้องพักของ นายแอ้ม แฟนเก่านางสมยศ ซึ่งเชื่อว่าเป็นห้องพักจุดเกิดเหตุฆาตกรรมอีกครั้ง เมื่อเดินเข้ามาบริเวณประตูทางเข้า พบว่ามีกลิ่นเหม็นเป็นระยะ โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดกองพิสูจน์หลักฐานของภจว.สมุทรปราการ ได้เข้าไปตรวจค้นภายในห้องดังกล่าว พบชุดผู้หญิงกระโปรงสีขาว จำนวน 1 ชุดพบมีดปังตอ 2 เล่ม มีรอยคราบเลือด ตรวจค้นภายในถังขยะที่บริเวณข้างอพาร์ตเม้นต์พบเพียงเส้นผม ยังไม่ทราบว่าจะเป็นของนางสมยศผู้ตายหรือไม่

นอกจากนี้ สปริงนิวส์รายงานว่า พบสมุดบันทึกสีแดง ด้านในมีการเขียนหนังสือ มีใจความ เต็ม 2 หน้ากระดาษ เนื้อหาโดยสรุปว่า "อยากให้พี่สาวเข้าใจผม และผมไม่ดีพอ หากพี่จะไปผมคงทนไม่ได้ ผมรักพี่มาก"

คาดว่าผู้เขียนบันทึกดังกล่าวคือ นายแอ้ม เจ้าของห้องพัก โดยผู้ดูแลอาคาร เล่าว่า นายแอ้ม ทำอาชีพขายปลาหมึกรถเข็น เข้าพักอาศัยที่อาคารแห่งนี้มากว่า 1 ปีแล้ว โดยใช้เอกสารของนางสมยศ ลงทะเบียนเช่าห้องพัก ห้อง 207 โดยนางสมยศได้มาหานายแอ้ม ทุกเสาร์-อาทิตย์ และล่าสุดเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 8 ธ.ค. ที่ผ่านมา ชาวบ้านพบนายแอ้มเข็นรถเข็นขายปลาหมึกออกจากที่พักไปแล้วไม่เห็นนายแอ้มอีกเลย จนพบชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. นายประเสิรฐ ที่ดี เพื่อนชายคนสนิทของผู้ตาย ประสาน พ.ต.ต.สมบัติ สืบศรี พนักงานสอบสวน ตำรวจภูธรสำโรงเหนือ เพื่อเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม ซึ่งนายประเสิรฐ ระบุว่า ผู้ตายเคยระบายถึงความในใจกรณี อยากเลิกรากับแฟนเก่ารุ่นน้องที่เคยคบหากันก่อนหน้านี้ แต่ไม่ทราบว่าชายคนดังกล่าวคือ นายแอ้ม ตามที่เป็นข่าวหรือไม่


ที่มา :http://news.sanook.com/1713997/

“โกวิท“ สามี “สุดาทิพย์“ยันขึ้นป้ายขายสวนผึ้งรีสอร์ทจริง ได้แค่ 5 ล้านก็เอา บอก“เหนื่อย“

"พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล" สามี "สุดาทิพย์" ยันขึ้นป้ายประกาศขาย สวนผึ้งรีสอร์ทจริงบอก "เหนื่อย" ไม่อยากทำอะไรอีกแล้ว หลังโดนคดีรุมเร้าหนัก เคยตั้งราคาไว้ 50 ล้าน เวลานี้คงไม่มีใครกล้าซื้อต่อ ได้แค่ 5-10 ล้านบาทก็เอาแล้ว รับสั่งรื้อที่พักบ้างส่วนจริง แต่ไม่มีเจตนาทำลายของกลาง

จากกรณีปรากฎข่าวว่า สวนผึ้งรีสอร์ท หมู่ 2 ต.สวนผึ้ง อ. สวนผึ้ง จ. ราชบุรี หนึ่งในธุรกิจของ พล.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล พร้อมภรรยา นางสุดาทิพย์ ม่วงนวล(นามสกุลเดิมอัครพงศ์ปรีชา) 2 ผู้ต้องหาร่วมกันก่อสร้างแผ้วถางหรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่าฯ หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเชื่อมโยงกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ อดีต ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้มีการขึ้นป้ายประกาศขายกิจการ และมีการรื้อสิ่งปลูกสร้าง ในพื้นที่ส่วนเกินประมาณ 10 ไร่ ที่ถูกร้องเรียนว่ามีการบุกรุกนั้น

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2557 ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ได้ติดต่อไปยังสวนผึ้งรีสอร์ท เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องการประกาศขายกิจการ และการสั่งรื้อสิ่งปลูกสร้างอีกครั้ง

โดยได้รับการยืนยันจาก พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล สามี นางสุดาทิพย์ ม่วงนวล (นามสกุลเดิมอัครพงศ์ปรีชา) ว่ามีการขึ้นป้ายประกาศขายกิจการจริง

"พวกเรารู้สึก เหนื่อย ไม่อยากทำธุรกิจอะไรอีกแล้ว จึงประกาศขายกิจการ"

พ.ต.อ.โกวิท ยังระบุด้วยว่า "ตอนนี้ผมก็โดนคดีความ ภรรยาก็โดนคดีความ จึงรู้สึกเหนื่อยมาก อยากอยู่เฉยๆ ไม่อยากทำอะไรอีกต่อไปแล้ว รวมถึงร้านอาหารที่สนามบินสุวรรณภูมิด้วย"

เมื่อถามว่า ตั้งราคาขายสวนผึ้งรีสอร์ทไว้เท่าไร พ.ต.อ.โกวิท ตอบว่า "ตอนแรกคิดว่าก็ประมาณ 50 ล้านบาท แต่ได้แค่ 5-10 ล้านบาท ผมก็เอาแล้ว แต่คิดว่าตอนนี้คงไม่มีใครอยากมาซื้อต่อหรอก"

"เมื่อคืนก็พึ่งคุยกับเพื่อน ๆ ว่า ผมไม่อยากทำต่อแล้วนะ ไม่อยากทำธุรกิจอะไรอีกแล้ว ใครอยากที่จะทำต่อ เข้ามาทำได้เลย"

เมื่อถามว่า มีการสั่งให้รื้อพื้นที่ส่วนเกินประมาณ 10 ไร่ ทิ้งไปเพื่อทำลายของกลางคดีบุกรุกหรือไม่ พ.ต.อ.โกวิท ตอบว่า มีการสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบางส่วนออกไป แต่ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำลายของกลางอะไร ทำไปเพื่อความสบายใจมากกว่า เราไม่อยากให้มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นอีก มีคนเขาร้องเรียนมาเราก็ทำให้"

พ.ต.อ.โกวิท กล่าวด้วยว่า "ตอนนี้ชีวิตเหนื่อยมาก อยากจะหยุดทุกอย่าง ในส่วนของผม ได้ประกันตัวออกมาสู้คดี แต่ภรรยายังถูกควบคุมตัว ก็ต้องมาคอยดูแล รวมถึงชีวิตของลูกๆหลานๆ ด้วย มันเหนื่อยมากไม่อยากจะทำอะไรอีกแล้ว"


ที่มา : http://news.sanook.com/1713909/

ดังสมใจ! พระอ่างทองเมา เล่นกล้องอยากออกทีวี (คลิป)

วันที่ 11 ธ.ค. 2557 ช่วงกลางดึก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง รับแจ้งจากทางเจ้าอาวาสวัดฝาง ว่ามีพระภิกษุสงฆ์จากวัดอื่นเมาเอะอะโวยวายอยู่ภายในใต้ถุนบ้านหลังหนึ่ง ตรงข้ามวัดฝาง ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง

หลังรับแจ้งจึงเข้าตรวจสอบ พบพระภิกษุสงฆ์มีอาการดังที่ได้รับแจ้งมา เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบในย่ามพบสุราบรรจุในขวด เครื่องดื่มชูกำลัง 1 ขวดและเอกสารระบุชื่อพระสองเมือง ทองคำ อายุ 59 ปี พระลูกวัดแห่งหนึ่งใน อ.วิเศษชัยชาญ จากนั้นจึงนำตัวขึ้นรถมายังวัดฝางซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดเพื่อให้ทางเจ้าอาวาสทำการสึก

ทั้งนี้ เจ้าอาวาสวัดฝางแจ้งว่า พระสองเมืองมีพฤติกรรมชอบเมา และจะมาบ้านแม่ของตัวเองซึ่งอยู่ตรงข้ามวัดฝางเป็นประจำ ซึ่งได้รายงานพฤติกรรมให้กับทางวัดต้นสังกัดทราบอยู่บ่อยครั้ง ที่สำคัญพระสองเมืองได้สึกไปไม่นานนี้ ใบสุทธิก็ปลอม ซึ่งไม่รู้ว่าไปบวชที่ไหนมาอีก

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวกำลังเก็บภาพอยู่นั้น พระสองเมืองได้หันหน้ามาเล่นกล้องและบอกอยากออกทีวี จะได้ดัง ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากทำการสึกแล้วไม่ยอมใส่เสื้อผ้า บอกใส่กางเกงในตัวเดียวก็พอ จนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องบังคับใส่ทำให้พระสองเมืองแก้ผ้าประชดก่อนที่จะยอมใส่เสื้อผ้า จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวไปควบคุมสติอารมณ์ที่โรงพัก




ที่มา : http://news.sanook.com/1713813/

Online: